ซี่โครงและกระดูกสันหลังจระเข้...มีคอลลาเจนและแคลเซียมชนิดดูดซึมได้เร็ว

873 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

ซี่โครงและกระดูกสันหลังจระเข้...มีคอลลาเจนและแคลเซียมชนิดดูดซึมได้เร็ว

 ซี่โครงและกระดูกสันหลังจระเข้...มีคอลลาเจนและแคลเซียมชนิดดูดซึมได้เร็ว

          อุตสาหกรรมขายชิ้นส่วนจระเข้วันนี้นับวันจะยิ่งขยายตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่ามูลค่าของจระเข้หนึ่งตัวเมื่อนำไปแยกชิ้นส่วนเพื่อการค้าที่ถูกกฎหมายแล้วจะได้ราคาสูงมาก คือเกือบจะทั้งตัวของจระเข้สามารถนำไปขายได้ราคาดีจะมีส่วนที่เหลือทิ้งขายไม่ได้ก็คือ ซี่โครงและกระดูกสันหลังเท่านั้น ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงพยายามคิดหาวิธีที่จะนำชิ้นส่วนเหลือทิ้งเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดีกว่าการนำไปทิ้งให้เสียเปล่า

          รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณวิบูลย์ กาญจนกุญชร อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมขายชิ้นส่วนจากจระเข้กำลังเติบโต ในหนึ่งเดือนมีจระเข้ถูกชำแหละจำนวนนับหมื่นตัวด้วยสาเหตุเพราะคนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากจระเข้เป็นยาและอาหารสุขภาพ และจากการแยกชิ้นส่วนจระเข้ขายนี้พูดได้ว่าเกือบจะทุกส่วนของจระเข้ล้วนขายได้หมด จะเหลือก็เพียงแต่ซี่โครงและกระดูกสันหลังเท่านั้นที่ต้องทิ้ง ดังนั้นคณะวิจัยจึงได้ทำการศึกษาคิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารจากจระเข้นำชิ้นส่วนเหลือใช้ของจระเข้คือส่วนซี่โครงและกระดูกสันหลังมาใช้ให้คุ้มค่า โดยโครงการนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมกับฟาร์มจระเข้และสวนเสือศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งตามปกติแล้วเกือบจะทุกส่วนของตัวจระเข้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หมด ยกเว้นส่วนซี่โครงและกระดูกสันหลังซึ่งชิ้นส่วนที่ฟาร์มจระเข้ทิ้งนั้นก็มีเนื้อติดซี่โครงอยู่ด้วย คณะวิจัยจึงคิดหาวิธีที่จะนำชิ้นส่วนเหลือทิ้งนี้มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและช่วยกำจัดส่วนเหลือทิ้งนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยความคิดแรกที่ทำคือนำซี่โครงและกระดูกสันหลังมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ซุปสกัด ขั้นตอนการทำก็เหมือนการทำซุปไก่สกัด คือเริ่มจากการต้มน้ำซุปและเคี่ยวไปเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นยังได้ศึกษาสารอาหารต่างๆ ใน

          กระดูกจระเข้ซึ่งพบว่าในกระดูกจระเข้มีกรดอะมิโนปริมาณสูงถึง 17 ชนิดด้วยกัน อีกทั้งยังมี กรดอะมิโนคอลลาเจนชนิดไฮดรอกซีโพรลีนและไฮดรอกซีไซลีนจำนวนมากที่มีคุณสมบัติดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกสดชื่น หายเพลีย หายเครียด และร่างกายสามารถนำไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อร่างกายส่วนที่สึกหรอได้ทันที ซึ่งเมื่อเทียบกับซุปไก่สกัด

          แล้วจะไม่มีกรดอะมิโนคอลลาเจนเหล่านี้เหมือนซุปจระเข้ ส่วนคอลลาเจนก็จะช่วยบำรุง ทำให้ผิวกระชับ ชุ่มชื้น และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ซุปจระเข้สกัดมีอายุเก็บรักษาได้นาน 3 ปี มีกลิ่นและรสชาติเหมือนซุปสกัดทั่วๆไป และสำหรับส่วนเนื้อที่แล่ออกมาจากซี่โครงก็จะนำไปทำเป็นเนื้อจระเข้หยอง มีโปรตีนสูง รสชาติก็เหมือนหมูหยองทั่วไป นอกจากนั้นส่วนกระดูกอื่นๆที่เหลือก็จะนำไปผ่านกระบวนการทำให้นิ่มและนำมาทำเป็นผงบรรจุในแคปซูลเป็นผลิตภัณฑ์กระดูกผง พบว่าเป็นแคลเซียมที่ดูดซึมและละลายได้ดีในกระเพาะอาหาร มีประโยชน์สำหรับรักษาโรคไขข้ออักเสบ นอกจากนั้นยังทำงาน วิจัยเรื่อง “การใช้ประโยชน์จากกระดูกอ่อนซึ่งเป็นเศษเหลือจากอุตสาหกรรม : การสกัดและการวิเคราะห์สาร Chondroitin sulfate ในกระดูกอ่อน” โดย ศึกษากระดูกอ่อนจากครีบฉลาม ปลาโรนัน ปลากระเบน อกไก่ และจระเข้ ซึ่งนำส่วนซี่โครงอ่อนหลอดคอ และโคนลิ้นมาทำการทดลองเพื่อวิเคราะห์หาสาร Chondroitin sulfate พบว่าในกระดูกอ่อนของจระเข้และอกไก่มีปริมาณสาร Chondroitin sulfate สูงที่สุด รองลงมาคือ ครีบฉลาม ปลาโรนัน  และปลากระเบน  ตามลำดับ  จากนั้นได้นำกระดูกเหล่านี้ไปผลิตเป็นกระดูกอ่อนป่นแห้ง บรรจุแคปซูล เพื่อบริโภคในกลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูกจะทำให้ได้สาร Chondroitin  sulfate โปรตีนคอลลาเจน แคลเซียมชนิดดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ เช่นเดียวกับกระดูกแข็งป่นแคปซูล ซึ่งในต่างประเทศกำลังให้ความสนใจสกัดสาร Chondroitin  sulfate จากกระดูกอ่อนให้มีความบริสุทธิ์สูงมากขึ้นกว่ากระบวนการที่เราทำอยู่เพื่อผลในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ

          สำหรับผู้ที่สนใจ “ผลิตภัณฑ์อาหารจากชิ้นส่วนซี่โครงและกระดูกสันหลังจระเข้” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รศ.ดร.วรรณวิบูลย์ กาญจนกุญชร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2562-5029.

ที่มา : เดลินิวส์ ฉบับที่ 21,222 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 หน้า 12